• thanyawadee1

DIGIO handbook

Updated: Jun 30


What We Stand For : Mission ภารกิจของเรา


“We work each and everyday to help people grow their business”

ภารกิจของบริษัทเราคือ การทำงานในทุก ๆ วัน เพื่อช่วยธุรกิจไม่ว่าจะเล็ก กลาง ใหญ่ ให้สามารถเติบโต ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนดำเนินการ สร้างวิธีหรือช่องทางเพื่อเพิ่มผลกำไรให้ธุรกิจของผู้อื่น

Culture

ทีมงานเราคือคนที่มีทักษะ ความมุ่งมั่น ความรับผิดชอบ ที่จะช่วยให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ และนำความสำเร็จนั้นมาต่อยอด เพื่อสร้างธุรกิจและทีมงานให้เติบโตอย่างมั่นคง


Core Values


ค่านิยมเป็นกรอบความคิด ความเชื่อที่บริษัทดิจิโอ เราใช้ในการกำหนดวิธีคิด วิธีปฏิบัติงาน และการใช้ชีวิตในบริษัทดิจิโอ เพราะค่านิยมจะทำให้เราเดินทางไปถึงภารกิจของเราได้อย่างมั่นคง และตระหนักว่าเรากำลังทำงานเพื่ออะไร ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายจากงานที่ต้องทำ ความคาดหวังของลูกค้า ไปจนถึงปัญหาภายในบริษัทหรือจากเพื่อนร่วมงาน อยากให้ทุกคนได้กลับมาทบทวนถึงภารกิจและค่านิยมที่เราให้ความสำคัญ และใช้สิ่งนี้เป็นแนวทางในการตัดสินใจและเป็นแนวปฏิบัติต่อไป


1. Integrity : Building trust from integrity มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ จริงใจ ต่อตนเองและผู้อื่น


การที่เรามีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ จริงใจต่อตนเองและผู้อื่น จะทำให้ก่อเกิดความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับจากผู้อื่น


#คุณธรรม คือการทำสิ่งที่ถูกต้องตลอดเวลา ในทุกสถานการณ์ ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครมองอยู่ก็ตาม เราจะต้องใช้ความกล้าในการทำสิ่งที่ถูกต้องไม่ว่าจะต้องเผชิญต่อผลกระทบอะไรก็ตาม เราอาจใช้เวลาหลายปีเพื่อพิสูจน์คุณธรรม ในตัวเอง แต่มันสามารถถูกทำลายได้ในไม่กี่วินาที เพราะฉะนั้นจงอย่าทำอะไรที่จะเป็นการทำลายคุณธรรมของตัวเราเอง

* ผู้สมัครงานโฆษณาตัวเองเกินจริงตอนสัมภาษณ์งานเพราะอยากได้งาน

* พนักงานดูแลลูกค้าพยายามปกปิดความผิดพลาดของตัวเอง เพราะกลัวว่าจะเสียลูกค้าไป

* พนักงานรับปากสิ่งที่เกินจริงกับลูกค้า แล้วส่งมอบในสิ่งที่ต่ำกว่า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ยอดขายถึงเป้า

* พนักงานขอลาป่วยเนื่องจากไม่มีวันลาเหลือเพื่อไปเที่ยวสังสรรค์ และยังมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา


ซึ่งในแต่ละสถานการณ์ คนที่กระทำการไม่ซื่อสัตย์ต่างก็มีเหตุผลอ้างกับตัวเอง ว่าผลลัพธ์ที่พวกเขาได้ทำเหล่านั้นสร้างความชอบธรรมต่อความไม่ซื่อสัตย์ของตนอย่างไร มันอาจดูเหมือนว่าคนเราสามารถมีอำนาจได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายถ้าพวกเราใช้ทางลัดและกระทำการต่างๆ โดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านศีลธรรม

เราสามารถเห็นตัวอย่างมากมายว่ามีคนที่ไม่ซื่อสัตย์แต่ประสบความสำเร็จ และสามารถชนะโดยไม่ถูกจับได้ ทำให้เราเกิดการรับรู้ผิดๆถึงหนทางสู่ความสำเร็จให้เราเดินตาม เห็นได้ว่าถึงแม้บุคคลในตัวอย่างข้างต้นจะได้สิ่งที่ต้องการในช่วงเวลาหนึ่ง แต่กลับต้องจ่ายด้วยราคาแพงอย่างน่ากลัวกับผลกระทบที่ตามมาเมื่อพวกเขาสูญเสียความน่าเชื่อถือไป ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในช่วงชีวิตของคน

คุณค่าของความไว้วางใจที่ผู้อื่นมีต่อเราไม่สามารถจะคำนวณได้ เพราะมันจะมอบโอกาสอย่างไม่จำกัดและความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งให้ผลในทางตรงกันข้าม กับคนที่เราไม่สามารถเชื่อถือความซื่อสัตย์ของเขาได้

“ หากเราตัดสินใจจะจ้างพนักงาน เราจะมองหาคุณสมบัติ 3 ประการ 1.คุณธรรม ความซื่อสัตย์ จริงใจ 2.ทัศนคติ 3.ความสามารถในการเรียนรู้ ”

แต่คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดคือประการแรก นั่นคือ คุณธรรม เพราะว่า ถ้าคนที่เราจ้างนั้นไม่มีคุณธรรม คุณสมบัติที่เหลืออีก 2 ประการนั้นจะย้อนกลับมาเล่นงานเราเอง ความไม่ซื่อสัตย์ของคนจะตอบสนองพวกเขาเอง อาจจะไม่ใช่วันนี้ หรือภายในไม่กี่ปีข้างหน้า แต่มั่นใจได้เลยว่ามันจะต้องมาถึงแน่นอน

เราไม่สามารถละเลยการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของการทุจริต เช่นการลักเล็กขโมยน้อยแม้ว่าจะเป็นของที่ไม่มีมูลค่าในที่ทำงาน บุคคลใดที่ไม่สามารถไว้วางใจในเรื่องที่ง่ายที่สุด เราจะไว้วางใจในงานที่ยุ่งยากและซับซ้อนต่างๆ ของธุรกิจได้ยังไง

ถ้าเราล้อมรอบไปด้วยคนที่ไม่ซื่อสัตย์และทำงานแบบขอไปที เราจะพบว่าตัวเราจะมีรูปแบบพฤติกรรมโดยเริ่มจากอดทนต่อพฤติกรรมของพวกเขา แล้วยอมรับพฤติกรรมของพวกเขา และสุดท้ายจะรับไปเป็นพฤติกรรมของตนเอง

หากเราต้องการสร้างชื่อเสียงด้วยการมีคุณธรรม จงล้อมรอบตัวเองกับคนที่มีความคุณธรรม

“Do what is right, let the consequence follow.”

“จงทำในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วปล่อยให้ผลลัพธ์ตามมาเอง”

“ความสำเร็จมาได้ ก็จากไปได้ แต่ ความซื่อสัตย์ จริงใจ (Integrity) จะอยู่กับเราตลอดไป”


2. Value Added : Creating value for yourself, company and customers สร้างคุณค่าแก่ตนเอง บริษัท และลูกค้า


ในฐานะพนักงานของดิจิโอ สิ่งที่เราคาดหวังจากพนักงานทุกคนคือการสร้างและเพิ่มคุณค่า เพิ่มมูลค่า เพิ่มประโยชน์ โดยเราแบ่งจำแนกการสร้างคุณค่าออกเป็น 3 กลุ่มคือ


  • 1. พนักงาน

สร้างคุณค่าให้ตัวเอง พัฒนาให้มีทักษะ ความสามารถใหม่ ๆ อยู่เสมอ ดิจิโอ เป็นบริษัท IT ทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของบริษัทไม่ใช่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อาคารสำนักงาน เครือข่ายเน็ตเวิร์ค ที่เรามี แต่เป็นพนักงานและทีมงานทุกคน เพราะพนักงานคือคนที่สร้างสรรค์ พัฒนาสินค้าและบริการ ที่นำไปให้ลูกค้าของเราใช้ หากเราไม่มีพนักงานที่เป็นแกนกลางหัวใจสำคัญ ความยั่งยืนและเติบโตของบริษัทเราย่อมมีจำกัดและถึงทางตันได้

  • ศึกษาหาความรู้เครื่องมือ ภาษา / Framework / Library ใหม่ ๆ

  • พัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ

  • พัฒนาทักษะการสื่อสาร ทั้งการเขียน และพูด

  • ร่วมพัฒนาโครงการ Open Source สาธารณะ ที่ตนเองสนใจ

  • เรียนหลักสูตรเนื้อหาที่สนใจในช่องทาง Online หรือหนังสือ และสอบประกาศนียบัตร


  • 2. บริษัท

ใช้ทักษะและความสามารถที่มีในตนเอง ช่วยบริษัทพัฒนาสินค้าและเสนอบริการ ที่มีอยู่ให้เติบโต ทั้งในแง่ความสามารถ ประโยชน์ ความสะดวกในการใช้งาน ดูแลรักษาได้ง่าย ระบบมีความพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา 24 x 7 ตลอดไปจนถึงการแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ทำงาน ดูแลเพื่อนพนักงานที่ทำงานร่วมกัน

  • 3. ลูกค้า

ใส่ใจ ดูแลลูกค้า โดยมองที่ผลประโยชน์และความสำเร็จของลูกค้าเป็นที่ตั้ง


มีหลายครั้ง ที่เราตัดสินใจนำเสนอบริการของคู่แข่งให้กับลูกค้า โดยไม่ได้มองว่าเราจะเราจะเสียผลประโยชน์หรือกำไรไป ในบางครั้งสิ่งที่เรามีอยู่อาจจะยังไม่เหมาะสมหรือสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทันที แทนที่จะต้องให้ลูกค้ารอเพื่อให้ใช้บริการของเราในอนาคต จะดีกว่าไหมที่เราสามารถช่วยเป็นที่ปรึกษาและนำเสนอบริการที่ทำให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีได้เสียตั้งแต่วันนี้ เพราะเราความสำเร็จของลูกค้า ที่เกิดจากความใส่ใจอย่างจริงใจและความตั้งใจที่ดีของเรา จะรักษาความสัมพันธ์ของลูกค้าไว้ในระยะยาวมากกว่ากำไรเพียงชั่วคราว


3. Efficiency : Make it work, make it right, make it fast ทำให้ได้ ทำให้ถูก ทำให้เร็ว


ทีมเรามีประสบการณ์ในการที่จะต้องทำงานและส่งมอบงานภายใต้ความกดดันอยู่เป็นประจำ ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งเรื่องเวลาส่งมอบงานที่มีอยู่จำกัด พนักงานที่จะต้องช่วยงานนั้นไม่ได้มีเวลาเต็มร้อย เพราะอาจจะติดงานในโปรเจคอื่นที่ต้องดูแลคู่ขนานกัน หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะใช้ทำงานมีหน่วยประมวลผลและหน่วยความจำอยู่อย่างจำกัด แต่ต้องการให้รองรับจำนวนรายการธุรกรรมให้ได้เป็นจำนวนมาก นี่คือชีวิตจริงที่เราต้องเผชิญอยู่ในบริษัททุกวันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ปัญหาเราจะไม่ได้ลดลงและทรัพยากรที่มีอยู่ เราไม่ได้สามารถเพิ่มได้ทันที หน้าที่ของพวกเราทุกคนคือ จะทำอย่างไร ให้เราสามารถบรรลุผลสำเร็จให้ได้ภายใต้ข้อจำกัดเหล่านี้


แม้เราจะทำงานโดยเน้นผลสำเร็จเป็นที่ตั้ง ดังคำที่หัวหน้างานเราชอบพูดติดปากกันเสมอในบริษัทคือ

“Make it work, Make it right, Make it fast”


Make it work คืองานให้ได้ผลลัพธ์ (Output) ก่อนเป็นอันดับแรก หากเราต้องพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อแก้ปัญหาซักอย่าง เราอยากจะได้ระบบที่ทำงานแล้วให้ผลลัพธ์แก่เราได้เป็นอันดับแรก


Make it right คือการทำได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง (Correctness) ตามวัตถุประสงค์ที่เราตั้งใจ และวางไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราทำซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบการเงิน และคนจำนวนมาก หากเกิดความผิดพลาดเกิดขึ้นอาจจะส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงกับลูกค้า และขั้นร้ายสุดคือบริษัทเราเองต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา


Make it fast คือการปรับปรุงการทำงานให้ได้ประสิทธิภาพ (Effectiveness / Productivity / Optimization) สามารถลดเวลาการทำงาน หรือลดทรัพยากร หรือลดต้นทุนในการดำเนินลงไปได้ ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้


ข้อจำกัดที่เราเจออยู่เป็นประจำคือจำนวนคนที่เรามีจำกัดเมื่อเทียบกับหน้าที่และความรับผิดชอบที่บริษัทเราต้องดูแลทั้งหมด ระบบชำระเงินและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องของธนาคารเกือบทุกแห่งในประเทศไทยที่เป็นลูกค้าของบริษัท ฉะนั้นเราให้คุณค่าของเวลาที่พนักงานดิจิโอใช้เป็นอันดับแรก แล้วหาทางปรับปรุงกระบวนการทำงาน หรือพัฒนาเครื่องมือ เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วยเราแก้ปัญหาให้ทำงานลุล่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


4. Responsibility : Taking ownership and responsibility รับผิดชอบต่องานและผลของงาน


มีความเข้าใจในภาระหน้าที่ สิ่งที่ต้องรับผิดชอบ และผลลัพธ์ที่ตัวเองได้กระทำลงไป ซึ่งความรับผิดชอบนั้นมีอยู่หลายระดับจากพื้นฐานที่ตัวเอง ไปสู่ความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ อันนี้ไม่ได้เว่อห์แต่เพราะสิ่งที่เราทำอยู่มันมีความรับผิดชอบมหาศาลจริง ๆ นะ


  • 1. รับผิดชอบต่อตัวเอง พนักงานมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องเวลา สุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจ วินัยทางการเงิน รวมไปถึงครอบครัวคนใกล้ชิดเช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง แฟน พื้นฐานของการเริ่มต้นที่ดีเกิดจากสมดุลในชีวิต หากเราไม่ดูแลตัวเองให้ดีพอแล้ว สุดท้ายก็จะมีผลกระทบกับการทำงานที่ต้องรับผิดชอบในที่สุด

  • 2. รับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน เวลาที่ใช้ในการทำงาน หน้าที่ที่ได้รับปากมอบหมายไหว้วาน เมื่อรับแล้วต้องทำให้สำเร็จลุล่วงในเวลาที่มีจำกัด กล้ารับ กล้าตัดสินใจ กล้าลงมือทำ

  • 3. รับผิดชอบต่อผลงาน เมื่อได้ทำงานลุล่วงไปแล้ว แต่ทุกครั้งเรามีความรับผิดชอบที่ต้องดูแลสิ่งที่เราได้ทำลงไป ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้


มีประโยคที่น้องพนักงานทุกคนจะได้ยินพี่พูดบ่อย ๆ คือ


“รายได้บริษัทเรามีจำกัด แต่ความรับผิดชอบไม่จำกัด”


เพราะงานที่บริษัทดิจิโอทำมีความสำคัญสูงมาก เราทำระบบที่ใหญ่ระดับประเทศ และมีคนใช้หลักแสน หลักล้านคน ลองจินตนาการว่าถ้าหากเราเองต้องใช้มือถือเพื่อกดถอนเงินสดเพื่อเอาไปทำธุระหรือซื้อสินค้า แล้วระบบไม่สามารถทำงานได้ขณะนั้น หรือเราขับรถเข้าปั้มน้ำมันไม่มีเงินสดแต่มีบัตรเครดิตอยู่ใบเดียว แล้วเครื่องรูดบัตรในปั้มไม่สามารถทำงานได้ สิ่งนี้เราในฐานะคนที่ต้องพัฒนาระบบไม่อยากให้เกิดขึ้นแน่นอน เราต้องใช้ความระมัดระวัง และความพยายามสูงมากที่จะมั่นใจว่าระบบไม่มีปัญหาและไม่มีบักเกิดขึ้น แต่หากเมื่อปัญหาเกิดขึ้นมาจริง ๆ แล้ว และในโลกความเป็นจริงมันมักจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราคาดหวังว่าพนักงานทุกคนที่รับผิดชอบในผลงานที่ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดูแลนั้น จะใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุด โดยไม่เกี่ยงเวลา สถานที่ ที่จะแก้ปัญหานั้นให้ลุล่วงได้สำเร็จ


  • 4. รับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า สังคม

งานหลายอย่างไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จลุล่วงได้ด้วยคนเพียงคนเดียว จะต้องมีการทำงานเป็นทีม การติดต่อสื่อสาร ประสานงานกับเพื่อนร่วมงาน การรับ ส่งงานที่ต้องทำร่วมกัน บางครั้งเพื่อนร่วมงานที่เราต้องทำงานด้วยอาจจะต้องได้ผลลัพธ์จากงานที่เรารับผิดชอบ จึงจะทำงานในส่วนของเค้าให้สำเร็จได้ และหากเราทำส่งต่องานได้ช้า อาจจะกระทบให้เพื่อนร่วมงานต้องทำงานดึกและขาดการพักผ่อนได้


ด้วยความที่เราทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการเงิน เราต้องการที่จะสร้างระบบการเงินที่ดี มีความโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อพัฒนาธุรกิจและสังคมให้เติบโตไปข้างหน้า เราจะไม่ทำระบบการเงินที่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ไม่ส่งมอบมูลค่าให้ลูกค้าน้อยกว่าผลตอบแทนที่เราได้รับ เราเชื่อในการสร้างธุรกิจด้วยความยั่งยืน ส่งมอบผลประโยชน์และผลสำเร็จให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้ง คู่ค้า ลูกค้า และสังคม

5. Respect : Be respectful ให้เกียรติซึ่งกันและกัน


การให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นการหล่อหลอมพฤติกรรมที่ดีงามไม่ว่าเราอยู่ในตำแหน่งไหนในองค์กรหรือแม้แต่คู่ค้าและลูกค้า ทุกคนมีเกียรติที่เท่าเทียมกัน ทุกคนควรจะต้องเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่การที่เราจะทำให้คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน หรือลูกค้าของเรา เคารพเรานั้น เราต้องให้ความเคารพแก่เขาก่อน “Treat others the way you want to be treated”


ตัวอย่างของการให้เกียรติ

  • หากเราไม่ต้องการให้ผู้อื่นพูดจาหยาบคาย เราควรจะพูดอย่างสุภาพแก่เขา

  • หากเราต้องการให้คนอื่นทำดีกับเรา เราควรจะต้องปฏิบัติดีกับเค้าเช่นกัน


ความเคารพและให้เกียรติ เป็นพื้นฐานของความสำเร็จของธุรกิจที่เกิดจากการอยู่และทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง


"การแสดงถึงความเคารพต่อคนอื่น ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน การเรียนรู้ที่จะเคารพในความตั้งใจ ความสามารถ ความคิดเห็น และความแตกต่างของคนอื่น จะช่วยทำให้เราเป็นคนที่มีความสุข และประสบความสำเร็จในเรื่องมนุษยสัมพันธ์ได้ นอกจากนี้ การให้ความเคารพต่อตัวเองยังจะช่วยทำให้เราสามารถใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถแสดงออกถึงความเคารพได้จนเป็นนิสัย และแบ่งปันสิ่งนี้ให้กับคนที่อยู่รอบๆ ตัวเราได้ด้วย"


พฤติกรรม ที่เป็นการแสดงออกถึงความเคารพต่อตัวเองและผู้อื่น ได้แก่


  • เคารพในความตั้งใจ - แสดงความขอบคุณออกมา, ชื่นชมในความสำเร็จของคนอื่นอย่าง จริงใจ ทำในสิ่งที่บอกว่าจะทำ เสนอความช่วยเหลือ เคารพในความสามารถของบุคคล

  • เคารพในความคิดเห็น - เป็นผู้ฟังที่ดี ถามคำถามให้เยอะๆ เรียนรู้เกี่ยวกับมุมมองของคนอื่น เลือกตอบโต้ในส่วนที่สำคัญจริงๆ แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพ

  • เคารพตนเอง - ดูแลตัวเองให้ดี หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำลายตนเอง ทำร่างกาย จิตใจให้เข้มแข็ง รู้จักพึ่งพาตนเอง มีความทะเยอทะยานบ้าง

  • เคารพ 'ศัตรู' - อย่าไปตัดสินใครจนกว่าจะรู้จักตัวตนของพวกเขา เปลี่ยนใจไปยอมรับในตัวคนอื่นบ้าง หากเราไม่รู้ว่าจะพูดอะไรที่เป็นประโยชน์ออกมาได้ เราก็น่าจะรู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร ให้โฟกัสอยู่กับเรื่องของตัวเองบ้าง มีส่วนร่วมกับคนอื่น


เมื่อเราให้เกียรติและเคารพผู้อื่น รางวัลตอบแทนชื่นชมกับพฤติกรรมที่เราแสดงออกคือ การเป็นที่ยอมรับ จากผู้ที่เราทำงานด้วย



Product Histories

  • mPOS

  • SmartEDC

  • PIM BILL / E-Document

  • Payment Gateway



Who Does What?


Team Structure

ที่ Digio เรามีการแบ่งทีมออกเป็นหลายๆทีม เพื่อให้แต่ละทีมรับผิดชอบในเนื้องานของทีมตัวเองที่แตกต่างกัน ทุกคนจะมีทีมเป็นของตัวเอง โดยแต่ละทีมจะมีพี่ๆที่คอยดูแลทีม เพื่อคอยให้คำปรึกษาและคำแนะนำให้กับน้องๆในทีมทุกคน เพราะฉะนั้นถ้ามีปัญหาอะไร สามารถแจ้งพี่ๆหัวหน้าทีมได้เลย


Key persons

นอกเหนือจากหัวหน้างานที่จะได้ใกล้ชิดกับทุกคนในทีมแล้ว ยังมีคนที่คอยดูแลในด้านต่าง ๆ ที่สามารถติดต่อไปได้อีก


ส้ม

ฝ่ายบุคคลประจำบริษัทของเรา คนที่จะคอยดูแลเรื่องทั่วไปในการทำงานของพวกเรา เช่น อุปกรณ์การทำงาน เอกสารจากบริษัท ขอสลิปเงินเดือน การลางาน ส้มจะประจำอยู่ที่ออฟฟิศพระราม 9 หรืออีเมล tawika@digio.co.th


แนน

หากใครมีเรื่องราวในการทำงานอยากพูดคุย ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย การสื่อสารและจัดการภายในทีม การรับมือกับภายนอกองค์กร แนนเข้างานประจำอยู่ที่ออฟฟิศพระราม 9 หรืออีเมล pornprapa@digio.co.th


ไปทท์

ผู้ดูแลด้าน IT infrastructure ของเรา หากใครต้องการแอคเคาท์เข้าถึงระบบคลาวด์, เซิร์ฟเวอร์ เพื่อใช้งานในการทำงาน รวมไปถึงพูดคุยเกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ไปทท์เข้างานประจำอยู่ที่ออฟฟิศพระราม 9 หรืออีเมล warit@digio.co.th


พี่นพ

หากเรื่องราวหรือปัญหาที่มีนั้น ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เแนะนำให้ติดต่อพูดคุยกับพี่นพพร ไม่จำเป็นว่าจะต้องพูดคุยเฉพาะปัญหาเท่านั้น จะมีเรื่องราว มุมมอง ที่อยากแชร์ หรือมีสิ่งที่อยากทำ ก็สามารถพูดคุยกันได้นะ ติดต่อไปที่ nopphorn@digio.co.th


เสนอ Idea / ส่ง Feedback เรื่องงาน เรื่องเงินเดือน career path

Digio เรายินดีและพร้อมที่จะรับฟังไอเดียความคิดใหม่ๆ หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการทำงาน, เนื้องาน, ตำแหน่งหน้าที่จากน้องๆทุกคนเสมอ เพราะฉะนั้นถ้าน้องๆมีไอเดียหรือความคิดเห็นที่อยากจะเสนอสามารถเสนอกับพี่ๆที่ดูแลทีมได้โดยตรง หรือจะส่ง Email ถึง xxxx@digio.co.th พร้อมกับระบุเรื่องต่างๆที่น้องต้องการจะเสนอหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทุกๆเรื่องใน Digio


Anonymous Complaint

หากน้องๆมีความเห็นที่ต้องการจะร้องเรียนต่อเรา โดยที่ไม่ต้องการจะระบุตัวตน เช่น สถานทีไม่สะอาด, อินเตอร์เน็ตมีปัญหา สามารถร้องเรียนได้ที่ https://www.polleverywhere.com/ เรามีทีมที่คอยตรวจสอบปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นภายใน Digio อยู่เสมอ ความเห็นของทุกๆคนสามารถช่วยที่จะพัฒนา Digio ไปในทางที่ดีขึ้นได้

Knowledge Sharing Board

เราเชื่อว่าน้องๆหลายคนมีของหรือสิ่งที่อยากแชร์ สามารถใช้ board นี้(อาจจะเป็น basecamp) ในการเขียนหรือแปะลิงค์เรื่องราวต่างๆที่เป็นประโยชน์ได้เลย หรือถ้าใครอยากปล่อยของมาก สามารถติดต่อที่พี่ส้มเพื่อขอเปิด townhall เล่าเรื่องของตัวเองให้เพื่อนๆพนักงานฟังได้เลย ทั้งนี้เนื้อหาที่จะพูดอาจจะถูกรีวิวโดยพี่ๆ senior ก่อนที่จะพูดจริง



Getting Started


ก่อนน้องๆจะเริ่มทำงานที่ Digio เราอยากให้น้องๆทุกคนทำความเข้าใจวิธีการทำงานตามสไตล์ของ Digio กันก่อน น้องๆจะต้องทำความรู้จักกับสิ่งต่างๆของ Digio ซึ่งสามารถอ่านได้จาก Handbook นี้ ใน Handbook นี้เราได้อธิบายถึงรายละเอียดต่างๆที่น้องๆทุกคนใน Digio ควรจะรู้ เพราะฉะนั้นกรุณาอ่าน Handbook นี้ให้จบก่อนที่จะเริ่มทำอะไรที่นี่


หลังจากที่น้องๆอ่าน Handbook จบเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เราจะต้องรู้จักเป็นสิ่งถัดไปคือสมาชิกในทีมของน้อง น้องๆสามารถดู Organization Chart ของ Digio ได้ทีนี่ โดยพี่ๆที่ดูแลแต่ละทีมจะเป็นคนแนะนำสมาชิกในทีมให้น้องได้รู้จัก เพื่อที่จะได้รู้ว่าเพื่อนร่วมงานที่เราจะได้ทำงานด้วยต่อจากนี้มีใครบ้าง ในกรณีที่มีคำถามหรือต้องการคำแนะนำจะสอบถามได้


Setting Up

ที่ Digio เรามีเครื่องมือต่างๆที่มีไว้เพื่ออำนวยเพื่อความสะดวก, ความถูกต้องในการสื่อสารต่างๆ ระหว่างการทำงาน ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มทำงานใน Digio ทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องติดตั้งโปรแกรมต่างๆให้เรียบร้อย โดยเริ่มจากส้มจะดำเนินการจัดหาคอมพิวเตอร์ให้กับทุกคนตามความเหมาะสมของแต่ละตำแหน่งที่คุณรับผิดชอบ รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่คุณจำเป็นต้องใช้ในการทำงาน เช่น สายชาร์จ, อแดปเตอร์ต่างๆ คุณสามารถขอที่ส้มได้เลย หลังจากนั้นคุณก็สามารถเริ่มติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ตามรายละเอียดข้างล่างนี้ได้เลย


G-suite

ในการทำงานวันแรก นอกจากทุกคนจะได้รับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการทำงานแล้ว ทุกคนจะได้รับ Digio Email ของตัวเองที่จะใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างการทำงานที่นี่ Digio เราใช้ G Suite ของ Google ทำให้นอกจาก Email ที่คุณได้แล้ว คุณยังจะได้โปรแกรมต่างๆของ Google เช่น Google Drive, Google Meets, Google Calendar เป็นต้น หลังจากที่คุณได้รับ Email ของตัวเองแล้ว สิ่งที่คุณจะต้องทำหลังจากนั้นคือการตั้งค่า Email เพื่อใส่ signature ของแต่ละคนในท้าย Email โดยวิธีการตั้งต่า Email ต่างๆ สามารถเข้าไปดูวิธีได้ใน วิธีการตั้งค่า Email บริษัท


จากที่กล่าวมาข้างต้นนอกจาก Gmail ที่คุณจะได้รับแล้ว คุณจะยังได้สิทธิในการใช้ Services ต่างๆของ Google ด้วย หนึ่งในนั้นคือ Google Calendar โดยคุณสามารถใช้ Google Calendar ในการจัดประชุมและนัดหมายต่างๆได้ โดยในการนัดหมายประชุมผ่าน Google Calendar คุณสามารถสร้างห้อง Google Meet ไว้สำหรับประชุมออนไลน์กับคนใน Digio หรือบุคคลภายนอกก็ได้เช่นกัน


Grab

ในกรณีที่คุณจะต้องเดินทางไปประชุมนอกสถานที่แต่ไม่มีรถส่วนตัว คุณไม่จำเป็นต้องไปโบกเรียกแท็กซี่ หรือเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้าแต่อย่างใด คุณสามารถเรียก Grab Taxi ให้มารับคุณถึงที่ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องสำรองจ่ายค่าเดินทางไปก่อนเพราะ Digio เรามี Grab สำหรับให้ทุกๆคนใน Digio สามารถใช้ในการเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ได้ (แต่ต้องใช้ในการเดินทางไปทำงานเท่านั้นนะ) โดยหากคุณต้องการที่จะใช้ Grab ของ Digio คุณสามารถติดต่อที่ส้มเพื่อขอ Account สำหรับมาผูกใน Application Grab ของคุณได้เลย


Basecamp

ที่ Digio เราใช้ Tools ในการทำ Project Management อยู่หลายตัว แต่หลักๆที่เราทุกคนต้องใช้คือ Basecamp เราใช้ Basecamp ในการจัดการทุก Project ใน Digio ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเอกสาร, การจดสรุปประชุมต่างๆที่เกี่ยวกับ Project นั้นๆ เพื่อที่จะให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องใน Project สามารถเข้ามาดูย้อนหลังได้ตลอดเวลา เรายังใช้ Feature Check-in ใน Basecamp เพื่อให้ทุกๆคนเข้ามาจดบันทึกสิ่งที่แต่ละคนทำในแต่ละวันว่าทำอะไรไปบ้าง เพื่อใช้ในการติดตามผลงานในแต่ละวันของน้องๆทุกคน

นอกจากการทำ Project Management แล้วเรายังใช้ Basecamp ในการจัดการต่างๆเกี่ยวกับฝ่ายบุคคลต่างๆ เช่น การประกาศวันหยุด หรือในกรณีที่น้องๆต้องการลา ไม่ว่าจะเป็น ลาพักร้อน, ลาป่วย, ลากิจ ทุกคนจะต้องมาสร้าง Event ใน Basecamp ของทีมฝ่ายบุคคลและแจ้งเตือนไปยังฝ่ายบุคคลและทุกคนในทีมทราบ ในกรณีที่ต้องการลาในกรณีพิเศษนอกเหนือจากที่กล่าวมา สามารถสอบถามพี่ที่ดูแลแต่ละทีมของตัวเองเพื่อปรึกษาได้ตลอดเวลา

น้องๆแต่ละคนอาจจะมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้ในเบื้องต้นต่างกันตามแต่ละตำแหน่ง แต่น้องๆไม่ต้องห่วง ถ้าน้องๆมีคำถามเกี่ยวกับการติดตั้งโปรแกรมต่างๆข้างบน น้องๆสามารถสอบถามพี่ที่ดูแลทีมหรือแต่ละคนในทีมได้เลย

(นัท) Add เพิ่มครับ Starter Software

สำหรับพนักงานแต่ละตำแหน่งก็จะมีโปรแกรมที่ต้องใช้งานแตกต่างกันไป แต่โดยคนส่วนใหญ่ในดิจิโอจะเป็น developers ซึ่งในแต่ละทีมจะมีภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมแตกต่างกันดังนี้


  • Java ควรจะต้องลงโปรแกรมอะไรเพื่อใช้ทำงาน (แนบลิงค์)

  • PHP ควรจะต้องลงโปรแกรมอะไรเพื่อใช้ทำงาน (แนบลิงค์)

  • Node JS ควรจะต้องลงโปรแกรมอะไรเพื่อใช้ทำงาน (แนบลิงค์)

  • Mobile/Android ควรจะต้องลงโปรแกรมอะไรเพื่อใช้ทำงาน (แนบลิงค์)

สำหรับตำแหน่งงานอื่นๆเช่น tester ควรจะลงโปรแกรมอะไรและควรเรียนรู้การใช้โปรแกรมอะไร (แนบลิงค์) สำหรับ Designer โปรแกรมที่ต้องลงเพื่อการใช้งานมีดังนี้

  • Figma (สามารถใช้ใน Browser ได้) และควรลง plugin เสริมดังนี้

  • Auto Flow

  • Rename It

  • Find and Replace

  • Font Replacer


  • Adobe Photoshop / Adobe illustrator โดยเบื้องต้นจะไม่ค่อยได้ใช้งานมากเท่าไหร่ ถ้าเป็นการทำ graphic หรือแต่งภาพเบื้องต้นสามารถใช้ Figma ในการทำงานได้เลย หรือสามารถใช้ Tools ฟรี เช่น Photopea หรือ Vector ที่ไม่ต้องดาวน์โหลด สามารถใช้บน browser ได้เลย แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้งานโปรแกรมจริงๆ สามารถติดต่อทางพี่นพ หรือพี่แนน เพื่อขอซื้อ license ตัวโปรแกรมได้

  • รูปภาพหรือไอคอน stock ในการทำ design สามารถ download ฟรีได้ที่

  • www.flaticon.com และ www.freepik.com หรือเว็บไซต์อื่นๆ

  • ถ้าหากต้องการรูปอื่นๆ เช่นใน shutterstock สามารถแจ้งพี่นพหรือพี่แนนในการซื้อรูปภาพได้

สำหรับ Business Analyst / Project Manager ถ้าใช่โปรแกรม pages/numbers ในเครื่อง Mac อาจจะเจอปัญหาการตกบรรทัดหรือจัดการหน้ากระดาษที่ไม่ดี สามารถใช้ google docs ทดแทนได้ แต่ถ้าจะทำไฟล์เอกสาร .docx สามารถขอ license Microsoft Office ได้ที่พี่นพ เพราะการจัดเอกสารที่ไม่ดีอาจจะให้โดนทางลูกค้าตำหนิได้



Probation

ช่วงทดลองงาน 4 เดือนนี้ถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญสำหรับน้องๆที่พึ่งเข้ามาทำงานที่ Digio น้องๆจะต้องเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆและปรับตัวกับการทำงานที่นี่ มีความรู้พื้นฐานที่น้องๆทุกคนควรจะเรียนรู้ก่อนที่จะเริ่มงาน โดยสามารถศึกษาได้ที่นี่


  • Payment 101

  • Basic Security / Policy

  • EMV Standard

  • PCI Standard


หลังจากที่น้องๆศึกษาความรู้พื้นฐานเรียบร้อยแล้ว พี่ๆที่ดูแลน้องในแต่ละทีมจะมอบหมายงานให้น้องรับผิดชอบ ซึ่งหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของน้องๆแล้วว่าจะสามารถผ่านช่วงทดลองงานนี้มาได้อย่างไร เราพร้อมที่จะช่วยให้น้องๆทุกคนในการปรับตัว, เรียนรู้สิ่งใหม่ๆสำหรับการทำงานที่ Digio และถ้าหากติดปัญหาที่ต้องการปรึกษา น้องสามารถปรึกษาพี่ๆที่ดูแลทีมได้เสมอ



How We Work


Working Desk Setup

โต๊ะทำงานคือสิ่งที่เราจะต้องใช้ในทุกวันที่มาทำงานที่ Digio เพราะฉะนั้นเราควรจะจัดโต๊ะทำงานเพื่อให้พร้อมสำหรับการทำงาน เมื่อน้องๆมาเริ่มงานที่ Digio ทุกคนจะได้มีพื้นที่ในการทำงานของตัว เพราะฉะนั้นน้องๆสามารถจัดโต๊ะทำงานของตัวเองได้ตามความต้องการ แต่ต้องไม่ไปรบกวนเพื่อนๆรอบข้าง


ถ้าหากน้องๆต้องการอุปกรณ์ต่างๆเพื่อใช้ในการจัดโต๊ะทำงาน เช่น จอ Monitor, สาย Adapter ต่างๆ, ชั้นเก็บเอกสาร น้องๆสามารถติดต่อขอได้ที่ส้มได้เลย เราพร้อมที่จะจัดหาอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานให้กับทุกๆคนใน Digio


Daily/Weekly Report

เนื่องจากแต่ละทีมใน Digio นั้นมีสมาชิกด้วยกันหลายคน แต่ละคนมีความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายที่แตกต่างกัน ทำให้บางครั้งเกิดการผิดพลาดในการสื่อสาร รวมถึงเวลาที่เราติดปัญหา ไม่สามารถทำงานต่อได้ ต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่นเพื่อมาช่วยตัดสินใจหรือช่วยแก้ปัญหา เราจึงต้องมีการทำ Daily Report เพื่อให้แต่ละคนได้รายงานความคืบหน้าของงานที่ได้รับมอบหมายว่ามีความคืบหน้าอย่างไร


วิธีการเขียน Daily Report เราควรจะเล่าถึงรายละเอียดในสิ่งที่เราทำในวันนั้นๆ เพื่อให้ทุกๆคนในทีมได้ทราบว่าเราได้มีความคืบหน้าอย่างไร หรือในแต่ละวันแก้ไขปัญหาเรื่องใดไปบ้างอย่างละเอียด รวมถึงถ้าการทำงานในวันนั้นมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถทำงานต่อได้หรือต้องการให้มีการช่วยตัดสินใจในบางเรื่อง เช่น Developer พัฒนาโปรแกรมแล้วติดว่าโปรแกรมมีปัญหาไม่รู้วิธีการแก้ไข ต้องการความช่วยเหลือจากพี่ๆ หรือ Designer ออกแบบมา 2 แบบ แล้วต้องการตัดสินใจจากคนในทีมว่าแบบไหนดีกว่ากัน เราควรที่จะเขียนไว้ใน Daily Report ว่าต้องการความช่วยเหลือจากใคร เพื่อที่จะให้คนๆนั้นทราบและได้เข้ามาช่วยแก้ไขในวันถัดไป รวมถึงให้พี่ๆที่ดูแลทีมได้อ่านและรู้ถึงความคืบหน้าของทุกคนในทีม


ในส่วนของ Weekly Report พี่ๆที่ดูแลแต่ละทีมจะเป็นคนเขียน Weekly Report เพื่อเป็นการสรุปภาพรวมประจำทีม ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาแต่ละทีมมีความคืบหน้าเป็นอย่างไร ภายรวมของทีมมีความสำเร็จในด้านไหนบ้าง หรือว่าระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมเจอปัญหาและแก้ไขอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ทุกคนในทีมได้อ่านและเข้าใจถึงภาพรวมของทีมในปัจจุบันได้ตรงกัน


Workplace Policy

การใช้สื่อเพื่อความบันเทิง

เนื่องจากเราต้องการที่จะปฏิบัติกับพนักงานทุกคนเฉกเช่นผู้ใหญ่ที่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้เป็นอย่างดี เราจึงไม่มีนโยบายจำกัดการเข้าถึงสื่อใดใดบนโลกอินเตอร์เน็ต ยกเว้นสื่อที่เป็นอันตรายหรือเป็นภัยต่อระบบอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์ และข้อมูลสำคัญ อีกทั้งเรายังมองเห็นถึงความสำคัญในการใช้สื่อต่างๆเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และพัฒนาศักยภาพของตนเอง รวมไปถึงการพักผ่อน ซึ่งก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อจัดการกับความเครียดที่มีต่องาน เราจึงอยากให้พนักงานทุกคนใช้สื่อเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาผลงานให้ออกมาดีที่สุด

ในกรณีที่เราต้องไปทำงาน ณ สถานที่ หรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีลูกค้าหรือผู้ร่วมงานอื่นๆคอยจับจ้อง ภาพลักษณ์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อทั้งตัวเราเองและบริษัท เพราะพนักงานทุกคนคือตัวแทนของบริษัท เราเชื่อมั่นในพนักงานทุกคนว่าสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเองและบริษัท และแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกคนที่เราทำงานด้วยได้ประจักษ์


ตัวอย่างที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ดู Video Streaming ในระหว่างทำงาน

  • ไม่เล่นเกมในเวลาทำงาน

  • ไม่แชทส่วนตัวหรือเล่นโทรศัพท์จนเกินความพอดี


ตัวอย่างที่สามารถทำได้

  • ฟังเพลงในระหว่างทำงานโดยใส่หูฟัง

  • เล่นเกมในช่วงเวลาพัก

  • ดู Video Streaming ในช่วงเวลาพัก


Confidentiality and Data Protection

เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญของลูกค้า พนักงาน หุ้นส่วน หรือบริษัทจะถูกปกป้องไว้เป็นอย่างดี เราจึงมีนโยบายเพื่อปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญเหล่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจนไปถึงผู้ไม่ประสงค์ดีเข้าถึงข้อมูลสำคัญจากเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ใดใดที่มีข้อมูลสำคัญเหล่านั้นอยู่ เราจึงมีนโยบายเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลในที่ทำงาน ดังนี้

  • ควรทำ

  • ล็อคคอมพิวเตอร์ทุกครั้งเมื่อไม่อยู่หน้าจอ โดยใช้รหัสที่มีความปลอดภัยสูง

  • เข้าถึงข้อมูลสำคัญจากอุปกรณ์ที่มั่นใจว่าปลอดภัยเท่านั้น

  • เปิดเผยข้อมูลสำคัญกับเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับอนุญาตเท่านั้น

  • เก็บเอกสารสำคัญทั้งที่เป็น paper และ digital ไว้ในพื้นที่ที่บริษัทจัดไว้ให้เท่านั้น

  • ไม่ควรทำ

  • นำข้อมูลไปใช้เพื่อหาประโยชน์ส่วนตน

  • เปิดเผยข้อมูลสำคัญให้บุคคลภายนอกรับรู้

  • เก็บเอกสารไว้ในอุปกรณ์ที่ไม่ปลอดภัย


How to be ‘Professional’ เนื่องจากพนักงานทุกคนคือตัวแทนภาพแสดงของดิจิโอ ดังนั้นการปฏิบัติตัวทั้งในและนอกสถานที่จะต้องมีการวางตัวที่ดีโดยมีข้อแนะนำดังนี้ ในสถานที่

  • แต่งตัวตาม Code of Conduct แม้จะอยู่ในออฟฟิศก็ตาม เพราะเราไม่รู้ว่าลูกค้าที่สำคัญจะเข้ามาเยี่ยมเราที่ออฟฟิศเมื่อไหร่ ถ้าเขาเห็นเราแต่งตัวไม่เรียบร้อยก็อาจจะมีข้อตำหนิได้ว่าบริษัทไม่มีความเป็น professional

  • เราไม่สามารถห้ามให้ตัวเองคุยเล่นกับเพื่อนได้อยู่แล้ว แต่ถ้าหากมีลูกค้าเข้ามาในบริษัท การคุยเล่นต่อหน้าลูกค้าก็ควรจะระมัดระวังการใช้คำพูด ไม่พูดอะไรในทางไม่ดี

  • เทคนิคการพูด => ไม่ว่าจะเป็น BA หรือ Dev ก็ควรรู้ไว้ (ยังไม่มี content)

  • เนื่องจากออฟฟิศเราไม่มี reception และในบางครั้งก็มีลูกค้าหรือ partner เข้ามาโดยไม่มีคนมารับ จึงอยากให้พนักงานดิจิโอร่วมด้วยช่วยกันต้อนรับ ด้วยการ..​(อันนี้ช่วยเสริมด้วยครับ เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าควรทำยังไงบ้าง)

  • เปิดประตู หาที่นั่งให้ลูกค้า

  • สอบถามลูกค้าว่ามาเพื่อพบใคร

  • จัดหาห้องประชุมให้ลูกค้า ถ้าเขามาประชุม

  • เสิร์ฟน้ำ (จำเป็นไหมครับ??)

  • แจ้งคนที่เกี่ยวข้อง

นอกสถานที่

  • แต่งตัวและปฏิบัติตาม Code of Conduct และห้อยป้ายชื่อ เพื่อให้คนที่เราติดต่อด้วยรู้ว่าเรามาจากไหน

  • เราไม่สามารถห้ามให้ตัวเองคุยเล่นกับเพื่อนได้อยู่แล้ว การคุยเล่นต่อหน้าลูกค้าก็ควรจะระมัดระวังการใช้คำพูด ไม่พูดอะไรในทางไม่ดี และวางตัวกับลูกค้าอย่างเหมาะสม

  • หากมีอะไรที่ไม่สามารถตอบลูกค้าได้ ไม่ควรตอบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องออกไปเพื่อแก้ปัญหา ให้ตอบลูกค้าไปตามตรงว่าจะหาข้อมูลให้ หรือขอปรึกษาทีมก่อน



Benefits & Perks อุปกรณ์การทำงาน


เราพร้อมสนับสนุนอุปกรณ์การทำงานเพื่อให้พนักงานทุกคนมีพร้อมต่อการทำงานอย่างเพียงพอ เช่น คอมพิวเตอร์ จอมอนิเตอร์ หูฟัง อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ หากพนักงานมีความต้องอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนในการทำงาน สามารถแจ้งไปยังหัวหน้างานได้โดยตรง นอกจากนั้นสวัสดิการอื่น ๆ เพิ่มเติมที่บริษัทจัดเตรียมเพื่อให้พนักงานทุกคนทำงานได้อย่างมีความสุข

คอร์สเรียน / หนังสือ

นอกเหนือจากนี้เราสนับสนุนรวมไปถึง คอร์สเรียนหรือหนังสือต่างๆ หากพนักงานมีคอร์สที่สนใจและเป็นประโยชน์กับงานที่ทำ สามารถแจ้งไปยังหัวหน้างานได้เลย


ระบบสำหรับทดสอบ (Playground System Environment)

หากใครต้องการระบบคลาวด์เพื่อทดสอบโปรแกรมหรือพัฒนาทักษะต่างๆ สามารถแจ้งไปยังหัวหน้างานเพื่อขอสนับสนุนส่วนนี้ได้เลย


สวัสดิการยืดหยุ่น (6,000Baht/Year)

เพื่อสนับสนุนการรักษาสุขภาวะทางด้านสายตาและทันตกรรมของพนักงาน ให้สมบูรณ์ แข็งแรง โดยครอบคลุมการใช้จ่าย ดังนี้

  1. สายตา เช่น แว่นสายตา คอนแทคเลนส์ น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ เป็นต้น

  2. ทันตกรรม เช่น ขูดหินปูน ถอดฟัน อุดฟัน X-Ray ช่องปาก ดูแลรากฟัน เป็นต้น

  3. อุปกรณ์กีฬา เช่น รองเท้ากีฬา ฟุตบอล แบตมินตัน บาสเก็ตบอล วิ่ง จักรยาน เป็นต้น


กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) รอประกาศอย่างเป็นทางการ

บริษัทเล็งเห็นความถึงสำคัญของการเก็บออมเงินของพนักงานทุกคน จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเป็นช่องทางในการเก็บออมเงินให้กับพนักงาน โดยอัตราส่วนของเงินที่พนักงานสะสมและเงินที่บริษัทสมทบเป็นไปตามที่กองทุนของบริษัทกำหนด

ประกันสังคม

สวัสดิการตามกฏหมายที่ทางรัฐบาลมอบให้แก่ลูกจ้าง โดยจะทำการหักเงินจากฐานเงินเดือน 5% สูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน (อ้างอิงตามที่กฎหมายกำหนด) โดยมีสิทธิประโยชน์พื้นฐาน เช่น ชดเชยรายได้กรณีว่างงาน ค่ารักษาพยาบาล ทันตกรรม คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต รวมไปถึงได้รับเงินกรณีชราภาพ สามารถอ่านรายละเอียดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.sso.go.th/wpr/main


สวัสดิการด้านสุขภาพ

บริษัทจัดให้มีการตรวจสอบภาพประจำปี ประกันสุขภาพกลุ่ม ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก เพื่อช่วยดูแลรักษาสุภาพของพนักงานทุกคน



ความรับผิดชอบล่วงเวลา


บริษัทดิจิโอ เราเป็นบริษัทที่ต้องทำงานบนพื้นฐานความรับผิดชอบที่สูง ด้วยในเรื่องการทำระบบสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็น mass ที่ต้องใช้งานระบบตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และเป็นงานเกี่ยวกับการเงินที่มีความละเอียดอ่อนและต้องการความปลอดภัย ดังนั้นเราที่ต้องดูแลและรับผิดชอบระบบที่มีความสำคัญ ก็อาจจะต้องมีการ support หรือดูแลระบบนอกเวลางานเป็นปกติ ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วเราจะไม่มีการจ่าย OT ให้กับพนักงาน ด้วยความรับผิดชอบที่พนักงานต้องมี จะถูกรวมในเงินเดือนที่พนักงานคนนั้นๆ ได้รับอยู่แล้ว


ส่วนใหญ่มักจะมีสถานการณ์และวิธีการจัดการกรณีที่ต้องทำงานนอกเวลางานดังนี้


  1. การขึ้นระบบ และ/หรือติดตั้งระบบนอกเวลางาน

เนื่องจากระบบที่เราดูแลส่วนใหญ่ เป็นระบบที่มีผู้ใช้งานตลอดเวลา ดังนั้นการขึ้นระบบที่ต้องปิดการใช้งาน จะต้องถูกกระทำในเวลาที่มีผู้ใช้งานน้อยที่สุด เช่น การขึ้นระบบ application ธนาคารในเวลา 23:00 - 02:00 น. หรือกรณีติดตั้งระบบที่ห้างสรรพสินค้าในเวลา 06:00 - 08:00 น. ซึ่งกรณีมีการขึ้นระบบนอกเวลางาน ทางบริษัทจะมีงบในการสนับสนุนค่าสถานที่ และค่าอาหารของพนักงานที่รับผิดชอบ และสามารถ standby โดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศในเช้าวันรุ่งขึ้นได้ตามดุลพินิจของหัวหน้างานในแต่ละสถานการณ์


  1. การรับแจ้งปัญหาและ Support ลูกค้ากรณีมีระบบใช้งานไม่ได้ หรือมี Incident

กรณีลูกค้ามีการแจ้งปัญหานอกเวลางาน โดยส่วนใหญ่บริษัทจะมีพนักงาน Call Center ที่คอยรับเรื่องและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นอยู่แล้ว และหากเป็นเรื่องด่วนที่กระทบต่อการใช้งานของลูกค้าในขณะนั้น หรือก่อให้เกิดความเสียหายกับลูกค้า จะมีการแจ้งเรื่องมาที่ Product Manager ผู้ที่จะต้องแยกแยะปัญหา และส่งเรื่องต่อให้กับ Developer หรือ Supporter ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดการและแก้ไขในทันที


ดังนั้นการที่ปัญหาต่างๆจะส่งมาถึงตัวพนักงานได้นั้น จะถูกผ่านการคัดกรอง และประเมินความสำคัญมาก่อนแล้ว ขอให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนั้นๆ และดำเนินการด้วยความรับผิดชอบ


  1. การทำงานล่วงเวลาเนื่องจากไม่สามารถทำงานได้ตาม Timeline ที่กำหนดกันไว้

ก่อนเริ่มโปรเจค จะต้องมีการวางแผนการทำงานเพื่อตกลงกันกับลูกค้าก่อนเสมอ แต่เรามักจะเจอเหตุการณ์ที่งานไม่เสร็จตามกำหนด ซึ่งในกรณีนี้ต้องมีการพิจารณาเป็นรายกรณี หากเป็นปัญหาที่เกิดจากการทำงานของเราเอง เราจะต้องรับผิดชอบงานนั้นๆ และอาจจะทำให้ต้องมีการทำงานล่วงเวลาบ้าง


จากเหตุการณ์ข้างต้น จะเห็นว่านอกจากการขึ้นระบบนั้น การที่ต้องทำงานล่วงเวลามักจะเกิดจากมีความจำเป็นของลูกค้าหรือผู้ใช้งานต้องใช้งานระบบนั้นๆ ในนอกเวลางานของเราจริงๆ ดังนั้นเราที่เป็นผู้รับผิดชอบระบบ เราต้องมีความเข้าอกเข้าใจความจำเป็นของผู้ใช้งาน และต้องมีการ action เพื่อทำให้ผู้ใช้งานต้องสามารถใช้งานระบบนั้นๆได้ทันที


ทั้งนี้การต้องทำงานล่วงเวลาด้วยการต้อง Support กรณี Incident เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเป็นปกติ หรือเกิดขี้นบ่อย ถ้าเราสามารถควบคุมคุณภาพของงานที่เรา Deliver ให้กับผู้ใช้งานได้


แต่อย่างไรก็ตาม การที่ต้องมีความจำเป็นต้องทำงานล่วงเวลาเกินกว่าปกติ ทางหัวหน้าพนักงานสามารถยื่นขอผลตอบแทนพิเศษในเดือนนั้นให้กับพนักงานคนนั้นๆได้ หรือพนักงานเอง ก็สามารถยื่นขอผลตอบแทนพิเศษกับหัวหน้างานได้ โดยการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหัวหน้างาน และบริษัทบนพื้นฐานความยุติธรรม


Communication Guideline (internal)

เราเชื่อว่าการสื่อสารภายในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญ การสื่อสารอยู่อยู่กับเราในทุกขั้นตอนกระบวนการการทำงานเลย ตั้งแต่การรับและทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบภายในทีม การปรึกษาหารือ การอัพเดทความคืบหน้าในงานที่ตนเองรับผิดชอบ รวมไปถึงแจ้งปัญหาหรือต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม


อยากให้ผู้อื่นปฏิบัติกับเราอย่างไร ลองทำแบบนั้นกับผู้อื่นดู เราเชื่อว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี เราพูดในสิ่งที่เราคิด และรับฟังในสิ่งที่เพื่อนพูด


บางครั้งเราอาจจะเจอว่า ทำไมคนอื่นเลือกทำในสิ่งที่เราเห็นต่าง ไม่เป็นไปอย่างที่เราคิดไว้เลย กรณีเช่นนี้การพูดคุยกันถึงเหตุผลหรือวิธีคิดของแต่ละคน อาจจะทำให้ตอบข้อคำถามเหล่านี้ได้ การตัดสินใจในแต่ละครั้งอาจจะไม่มีอะไรถูกหรือผิด เพียงแต่จะช่วยให้เราเข้าใจในเหตุผลของการตัดสินใจครั้งนั้นมากขึ้น เราแค่ตัดสินใจอย่างรอบคอบที่สุดด้วยข้อมูลและบริบทที่มีในเวลานั้นๆ เท่านั้นเอง


นอกจากนี้เรารู้ว่าการทำงานมักจะมีเรื่องที่ไม่เป็นไปตามแผนอยู่บ้าง เมื่อเกิดปัญหา การสื่อสารออกมาให้ทีมได้รับทราบเป็นสิ่งที่ดีเพื่อที่จะได้แก้ปัญหาร่วมกันได้อย่างทันเวลา


เราเชื่อในการสื่อสารอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมาด้วยความตั้งใจดี


Communication Guideline (external)

ความสำคัญอย่างหนึ่งของการทำงานกับภายนอกองค์กร คือ การจัดการความคาดหวังของลูกค้าด้วยความเข้าใจ (Manage Expectation) โดยมีพื้นฐานใจความสำคัญที่ควรสื่อสารกับลูกค้า เช่น ขอบเขตของงาน โซลูชั่น แผนงานและระยะเวลาในการพัฒนา รวมไปถึงเมื่อมีลูกค้าสื่อสารมา ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งให้ทราบ หรือแจ้งปัญหาการใช้งาน เราควรตอบกลับให้เร็วที่สุด พร้อมสื่อสารว่าเราจะทำอะไรต่อ เมื่อไหร่ และอย่างไร


การตกลงแนวทางการทำงานร่วมกับลูกค้า จะช่วยให้ความคาดหวังในการทำงานเป็นไปในรูปแบบเดียวกันมากขึ้น เช่น แนวทางการแจ้งปัญหาตามแต่ละระดับความเร่งด่วนของปัญหา ช่องทางการสื่อสาร การรายงานแจ้งความคืบหน้าของงาน



(นัท) เพิ่มเติมการสื่อสารกับลูกค้าด้วยความจริงใจและความเข้าใจเป็นหน้าที่ของพนักงานดิจิโอที่ควรทำ แต่อย่างไรก็ตามในบางครั้งเราก็อาจจะเจอกับลูกค้าที่มีความคาดหวังที่เกิน scope ของงาน โดยวิธีจัดการอาจจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งมีข้อแนะนำอยู่ 2 อย่างคือ

  • หากข้อเรียกร้องนั้นไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง หรือไม่ได้ถูกขอบ่อยเกินไป อยากจะให้สนับสนุนลูกค้าให้เต็มที่ แม้ว่าอาจจะทำให้เหนื่อยมากขึ้นอีกนิด แต่สิ่งที่จะได้กลับมาคือความพึงพอใจของลูกค้าต่อดิจิโอ และความพอใจของลูกค้าต่อตัวพนักงานเอง

  • แต่ถ้าหากข้อเรียกร้องนั้นมากและบ่อยเกินไป หรือเรียกร้องให้ทำงานล่วงเวลาโดยที่ไม่ได้มีการบอกล่วงหน้าหรือเป็นเหตุเร่งด่วน หรือเป็นไปในลักษณะเอาเปรียบตัวพนักงานและบริษัท ให้ปรึกษาหัวหน้างานได้ทันที และสิ่งที่ควรทำต่อมาคือการทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นหลักฐานในการยืนยันหากมีการเปลี่ยน requirement โดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งจะลดการของานนอก scope จากลูกค้าได้