Think Deep Think Around
- Aug 7, 2021
- 2 min read
Think Deep Think Around with ...
What | Where | When | Who | Why/How
หรือที่แปลตรงตัวว่า ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เป็นพื้นฐานของกระบวนความคิดที่เราอยากอยากให้พนักงานทุกคนตั้งคำถามทุกครั้งก่อนเริ่มทำอะไร การที่เราตั้งคำถามก่อนเริ่มทำงาน จะช่วยให้สามารถเข้าใจวัตถุประสงค์ของงานนั้นๆ และเข้าใจผู้ที่เราต้องทำงานนั้นๆให้ เพื่อให้เราสามารถมีอารมณ์ร่วมไปกับการทำงาน (Empathize) และเมื่อเราอินกับงานนั้นๆแล้ว นอกจากจะทำให้ผลลัพท์ออกมาถูกต้องตามความต้องการของผู้ใช้งาน แล้วยังช่วยให้ผู้ลงมือทำ สบายใจ และสามารถดำเนินการได้อย่างไม่มีข้อกังขา ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้การทำงานร่วมกับผู้อื่นสามารถเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
What หรือการตั้งคำถามว่า “อะไร” ความหมายตรงตัวคือผู้ใช้งานต้องการทำ กิจกรรม (Action) อะไร?
Where หรือ การตั้งคำถามว่า “ที่ไหน” หมายถึงสถานที่ที่ถูกทำกิจกรรมนั้นๆ คือสถานที่ไหน หรือสามารถหมายถึง สถานการณ์หรือเวลา ก็ได้ โดยมากเราจะเรียกคำถามนี้ว่า “บริบท”
When หรือการตั้งคำถามว่า “เมื่อไหร่” หมายถึง กิจกรรมนั้นๆ จะถูกใช้งานเมื่อในเวลาใด และ/หรือช่วงเวลา ที่ต้องการให้กิจกรรมนั้นๆ เกิดขึ้น
Who หรือการตั้งคำถามว่า “ทำให้ใคร” ในโจทย์แต่ละโจทย์ สามารถมีผู้ที่เราต้องทำกิจกรรมนั้นๆให้มากกว่า 1 ซึ่ง ใครในที่นี้ สามารถหมายถึงบุคคล หรือ บริษัท หรือองค์กรก็ได้ ในที่นี้จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องในโจทย์นี้ทั้งหมดว่า “Stakeholder”
Why/How หรือการตั้งคำถามว่า “ทำไม” หรือ”อย่างไร” เป็นการตั้งคำถามที่สำคัญที่ที่สุด โดยในกรณีที่เรามี Stakeholder มากกว่า 1 เราควรถามคำทำไม กับทุก Stakeholder เนื่องจากแต่ละบทบาท มักจะมีเหตุผลในการทำกิจกรรมนั้นๆที่แตกต่างกันไป ซึ่งหากเราสามารถเข้าใจได้ทุกบทบาท จะทำให้สามารถวิเคราะห์และออกแบบโซลูชั่นได้ครบถ้วน ครอบคลุม
การใช้หลักการ What Where When Who Why เป็นหลักการที่ควรนำมาใช้กับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการไปคุยกับลูกค้า, การสื่อสารกับคนในทีมที่ต้องทำงานด้วยกัน หรือการทำกิจกรรมทั่วๆไป โดยลำดับการตั้งคำถามสามารถสลับเปลี่ยนไปตามบริบทได้ ตัวอย่างเช่น
สถานการณ์ : หัวหน้างานมอบหมายงานให้ไปพบลูกค้าที่ site งานลูกค้าที่ร้านกาแฟ นาย A ผู้เป็นผู้รับมอบหมายงานควรตั้งคำถามดังนี้
What ให้ไปทำอะไร ซึ่งกิจกรรมในที่นี้คือการเดินทางเพื่อไปพบลูกค้า
Where ให้ไปที่ไหน ซึ่งคำตอบคือ Site งานลูกค้า
Why/How ไปทำไม ในที่นี้หัวหน้างานอาจจะให้คำตอบว่าให้ไปดูหน้างานจริง เพื่อเก็บ Requirement และดูว่าการทำงานของลูกค้าในเรื่องการเก็บเงินจริงๆ เค้าทำงานกันอย่างไร เพื่อเวลาต้องนำมาออกแบบ Solution จะได้สามารถออกแบบได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า
เมื่อเราเข้าใจจุดประสงค์ของหัวหน้างานแล้ว จะทำให้เกิดคำถามถัดๆไป ดังนี้
Who แล้วเมื่อไปถึงเราควรจะไปคุยกับใคร ในที่นี้ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือ Stakeholder อาจจะรวมไปถึง เจ้าของร้านกาแฟ พนักงานแคชเชียร์ ลูกค้าของร้านกาแฟ ซึ่งจะทำให้เกิดคำถามถัดไปว่า
When หรือเราควรจะไปเมื่อไหร่ เพื่อให้สามารถดูการทำงานได้ครบถ้วน ในที่นี้ก็ควรจะไปในเวลาที่มีลูกค้ามาซื้อกาแฟเยอะๆ เพื่อจะได้เห็นการทำงานได้ครบถ้วน
เมื่อนาย A เข้าใจจุดประสงค์ของหัวหน้างานแล้ว การเข้าไปที่ Site งานลูกค้าจะไม่ได้เป็นเพียงการเข้าไปพบลูกค้าเท่านั้น นาย A อาจจะเตรียมกล้องถ่ายภาพ หรือมีการเตรียมคำถามไป เพื่อให้สามารถนำความเข้าใจการเก็บเงินของร้านกาแฟให้ได้มากที่สุด
สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพในเวลาอันน้อย
ในขณะที่นาย B ที่ไม่ตั้งคำถามอะไรเลย ได้ไปที่ Site งานลูกค้าด้วยวัตถุประสงค์เดียวคือ หัวหน้าสั่งให้มา นาย B ก็อาจจะไปผิดเวลา ไม่ได้เจอ stakeholder ทำให้ไม่สามารถทำงานนี้ได้สำเร็จ และที่สำคัญ นาย B อาจจะเกิดความไม่พอใจว่าให้มาทำอะไรที่นี่
การตั้งคำถาม What Where When Who Why/How จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ควรทำก่อนที่จะเริ่มทำอะไรก็ตาม เพราะเมื่อผู้ทำงานทำงานโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย และไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ สิ่งที่น่ากลัวคือผู้ทำงานจะไม่มีเป้าหมาย และทำให้ชีวิตการทำงานไม่มีความสุข
ในทางกลับกัน หากหัวหน้างานมอบหมายงานให้กับผู้ทำงานโดยไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หัวหน้างานควรพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของงานให้ถี่ถ้วนก่อน เพื่อทุกคนในทีมสามารถมองเห็นภาพเดียวกันได้ และกรณีที่ผู้มอบหมายงาน มอบหมายงานให้ไม่ชัดเจน การตั้งคำถามกลับก็เป็นเรื่องที่สมควรทำอย่างยิ่งที่ควรเกิดขึ้นกับพนักงานดิจิโอทุกคน
หลายครั้งที่เราตั้งคำถามกับ stakeholder แล้วยังรู้สึกว่าไม่ได้รับคำตอบ เนื่องจากมนุษย์ส่วนใหญ่ ไม่รู้ตัวเองจริงๆว่าต้องการอะไร และ มักจะไม่ได้พูดอย่างที่คิด ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่เรามีเคล็ดลับวิธีการเข้าใจมนุษย์มาเล่าให้ฟัง หลายๆครั้งที่เราถามคำถามคนแล้วไม่ได้คำตอบที่ตรงกับสิ่งที่เขาคิด เป็นเพราะว่ามนุษย์ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวเองว่าจริงๆแล้วต้องการอะไร ทำให้ไม่ได้แสดงออกสิ่งที่ตรงกับสิ่งที่อยู่ข้างในออกมา แต่มันก็มีเคล็ดลับที่ทำให้เราสามารถรู้สิ่งข้างในนั้นด้วย framework ที่เรียกว่า ‘Ask 5 Whys’
TIPS #1 : Ask 5 WHYS
การ Ask 5 Whys หรือการถามทำไม 5 ครั้ง คือการตั้งคำถามในเรื่องเดิมไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนและตรงกับความต้องการจริงที่สุด ตัวอย่างเช่น
Ask 5 Whys หรือการถามทำไมเป็นจำนวน 5 ครั้ง คือการตั้งคำถามในเรื่องเดิมไปลึกลงไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนและตรงกับความต้องการจริงๆที่สุด ตัวอย่างเช่น
เวลาเราไปสัมมนา เราจะได้รับป้ายชื่อเพื่อนำมาห้อย หรือติดไว้ที่หน้าอก แล้วทำไมเราต้องติดป้ายชื่อล่ะ?
Why 1 : ทำไมเราต้องติดป้ายชื่อ ?
Answer 1 : อ๋อ เราอยากให้คนรู้ว่าเราชื่ออะไร
Why 2 : ทำไมเราต้องอยากให้คนรู้ว่าเราชื่ออะไร ?
Answer 3 : อ๋อ เพราะเราอยากให้คนรู้ว่าเราเป็นใคร ทำอะไร
Why 3 : ทำไมเราต้องอยากให้คนรู้ว่าเราเป็นใคร ทำอะไร ?
Answer 3 : อ๋อ เพราะเราจะได้ไปคุยกับคนที่ทำเรื่องคล้ายๆเรา หรือเรื่องที่เราสนใจไงล่ะ
Why 4 : ทำไมเราต้องอยากคุยกับคนที่ทำเรื่องเดียวกับเรา ?
Answer 4 : อ๋อ เพราะเราเผื่อเราจะได้รู้จักกันไว้ ในอนาคตมีอะไรจะได้ติดต่อกัน
Why 5 : ทำไมเราต้องอยากรู้จักกันไว้ล่อ ?
Answer 5 : อ๋อ เพราะถ้าเรารู้จักกัน จะได้มี connection ถ้ามีงานอะไรจะได้ติดต่อกันง่ายไงล่ะ
จะเห็นได้ว่าถ้าเราถามแค่ครั้งเดียวเราจะได้คำตอบแค่ ‘เราอยากให้คนรู้ว่าเราชื่ออะไร’ ซึ่งถ้าเราจะต้องเอาคำตอบมาออกแบบสินค้า อาจจะออกแบบได้แค่ป้ายที่มีชื่อเราอยู่ด้านหน้า แต่เมื่อเราเข้าใจผู้ใช้งานจริงๆ เราอาจจะออกแบบสินค้าที่เป็นมากกว่าป้ายชื่อ เป็นสินค้าที่ตอบความต้องการที่มาจากการถามทำไมครั้งที่ 5 ‘เพราะถ้าเรารู้จักกัน จะได้มี connection ถ้ามีงานอะไรจะได้ติดต่อกันง่ายไงล่ะ’ กลายเป็นสินค้าที่ช่วยสร้าง community เพื่อให้เค้าได้รับ connection จากงานสัมมนานี้ ซึ่งคุณค่าของสินค้า 2 ชิ้น นี้ต่างกันมาก ดังนั้นเราควรเข้าใจผู้ใช้งาน โดยเข้าใจความต้องการที่อยู่ข้างในจริงๆ แล้วเราจะได้รับคำตอบที่ถูกต้องและมีคุณค่ามากขึ้น
TIPS #2 : Show me how
Show me how หรือ ทำให้ดูหน่อยสิ คือการเข้าใจผู้ใช้งานได้ง่ายที่สุด ข้อสำคัญของการเข้าใจผู้อื่นเลย คือ อย่าคิดแทน ! แต่ให้เค้าทำให้เราดู ตัวอย่างเช่น ลูกค้าโทรมาแจ้งว่าเครื่องรูดบัตรใช้งานไม่ได้ เราอาจจะเช็คระบบแล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร เราควรแนะนำลูกค้าให้ถ่ายรูปหรือ VDO เครื่องมาให้ดู เราอาจจะเห็นข้อผิดพลาดบางอย่าง เช่น เครื่องไม่ได้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต หรืออาจจะมีการตั้งค่าบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้เราสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

This is a remarkably insightful article that goes far beyond a simple discussion of job titles and promotions. What I appreciate most is the emphasis on career development as a combination of personal growth, responsibility, continuous borra marca de agua learning, and contribution to the overall success of an organization. Too often, people view career advancement as something that happens automatically with time, but this article highlights an important reality: meaningful career growth is usually the result of developing new skills, taking ownership of challenges, and creating value for both customers and the company.
Games built around precision, including Coreball, usually reward patience more than aggressive actions.
The best part of Drive Mad is that failure never feels unfair. Every crash usually comes from a small timing mistake, which makes retrying oddly satisfying.
Geometry Dash is one of the most popular rhythm platformer games ever created. Developed by RobTop Games and released in 2013, the game combines fast-paced action, music synchronization, and precise timing into an addictive experience that challenges players’ reflexes and creativity.
Unlike traditional racing games that focus on speed, Drift Boss is all about precision and timing.